[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


บริหารงานบุคคล
เรื่อง : บทความงานวิจัย
บทความ



ความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี

 

ณรงค์  บุญแนบ

 


บทคัดย่อ

      

                    ความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล โดยภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับดี  และเมื่อทำการเปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามตัวแปร  พบว่า  ครูที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่างกัน  มีความคิดเห็นโดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน   ส่วนครูที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็น โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน  ยกเว้น ด้านการบริหารงานบุคคล  แตกต่างกัน ที่ระดับ .05 และ ครูที่มีประสบการณ์การรับราชการต่างกัน มีความคิดเห็นโดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกัน ที่ระดับ .05  ยกเว้น ด้านการบริหารวิชาการไม่แตกต่างกัน   เมื่อทำการเปรียบเทียบพหุคูณ  พบว่า  ทุกด้านไม่แตกต่างกัน  ส่วนครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาขนาดต่างกัน มีความคิดเห็น โดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกัน ที่ระดับ .05 ยกเว้น  ด้านการบริหารงานบุคคล  ไม่แตกต่างกัน  เมื่อทำการเปรียบเทียบพหุคูณ  พบว่า  ในภาพรวม  สถานศึกษาขนาดเล็ก  แตกต่างกับสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน  พบว่า  ด้านการบริหารวิชาการ   ด้านการบริหารงบประมาณ  สถานศึกษาขนาดเล็ก  แตกต่างกับสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่   และด้านการบริหารทั่วไป  สถานศึกษาขนาดเล็ก  แตกต่างกับสถานศึกษาขนาดใหญ่ 

  ส่วนปัญหา และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี พบว่า ด้านการบริหารวิชาการ   มีปัญหามากที่สุด คือ  ครูสอนไม่ตรงกับวิชาเอก  ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงมากที่สุดคือ จัดให้ครูสอนตรงตามวิชาเอก   ด้านการบริหารงบประมาณ  มีปัญหามากที่สุดคือ งบประมาณไม่เพียงพอกับการบริหาร ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงมากที่สุด คือ เช่น ควรเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาโรงเรียน  ด้านการบริหารบุคคล มีปัญหามากที่สุด คือ บุคลากรทำงานไม่ตรงกับความถนัด   ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงมากที่สุด คือ จัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้ตรงกับงาน  และด้านการบริหารทั่วไป   มีปัญหามากที่สุดคือ  ปัจจัยพื้นฐานของโรงเรียนไม่พร้อม ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงมากที่สุด คือ  จัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยให้โรงเรียน

 

 

 

 

 

 

Teachers’ Opinions on School Administrators

Performance in Juristic

Basic Educational School,  Pattani Educational Service

 

Narong  Boonnab

 
 
 


Abstrac

            First the teachers’ opinions on school administrators’ performance in juristic basic educational school, as a whole and individual aspects, was at good.  Secondly, a comparison regarding teachers’ opinions from different Educational Service Areas was at the same level. Next, a comparison regarding their genders as a whole and individual aspects were the same except in the personnel aspect with the statistical significance at 0.5. A comparison regarding their experience as a whole and individual aspects revealed differences with the statistical significance at 0.5 in all aspects except in the academic administration aspect which showed no difference.  When calculated with multiple correlation coefficients, no difference was found.  Teachers from different school sizes had, as a whole and individual aspects, different opinions in all aspects with the statistical significance at 0.5 except in the personnel aspect which showed no difference. When calculated using multiple correlation coefficients, it was found that, as a whole, small institutions were different from middle and big institutions. Considering individual aspects, it was found that academic administration, and budget administration in a small institution was different from that of middle and large institutions. 

            Considering problems and suggestions for improving administrators’ performance, the study revealed that the academic administration had the most problems that was teachers were not graduated from direct field. Suggestion for improvement was making teachers teach in their field.  Next, in terms of budget administration, the important problem was a lack of sufficient budgets.  For improvement more funds for school development should be added.  In terms of personnel administration, the important problem was that personnel did not work in their proficiency.  The suggestion was that personnel should be set to work and teach in their direct field  Lastly, in terms of general administration, the problem was a lack of basic infrastructure. For improvement, the basic infrastructure schools need and technological equipments should be provided for schools.

 

 

 

 

 

บทนำ

                สภาวการณ์ของโลกในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว    และมีการแข่งขันอย่างรุนแรงเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ข้อมูลข่าวสารต่าง     สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างรวดเร็ว โลกยุคโลกาภิวัฒน์   จึงเป็นโลกที่มีการสื่อสารแบบไร้พรมแดน   ประกอบกับประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ปี พ..2540  เป็นต้นมา  ยิ่งเป็นตัวเร้าให้ประเทศต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปการเมือง  ปฏิรูปสังคม  ปฏิรูประบบราชการ และปฏิรูปการศึกษา  เพื่อเป็นพลังและอาวุธสำคัญในการนำชัยชนะมาสู่ประเทศ ให้ประเทศพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก  (เลขาธิการสภาการศึกษา, 2543 : 1)

               ในระดับพื้นที่  กฎหมายกำหนดให้ยุบสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด  สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ   สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด  สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ และสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัดเข้าไปรวมไว้ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา   นอกจากนั้น  ยังกำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา   ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารวิชาการ   งบประมาณ  การบริหารงานบุคคล  และการบริหารทั่วไป    ไปยังคณะกรรมการ     สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา  โดยหวังว่า เมื่อมีการกระจายอำนาจออกจากกระทรวงไปแล้ว  ขั้นตอนการบริหารจะน้อยลง   เวลาที่ใช้ในการตัดสินใจแต่ละเรื่องจะสั้นลง    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาจะพึ่งตนเองมากขึ้น   ความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา   จะเกิดขึ้น  ประสิทธิภาพการบริหารจัดการจะสูงขึ้น    งบประมาณที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการจะลดลง     มีงบประมาณที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้มากขึ้น  สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล  มีอิสระ  มีความเข้มแข็งในการบริหาร มีความคล่องตัว รวดเร็วและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน  สถานศึกษา  ชุมชน ท้องถิ่นและประเทศชาติ  (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546 : 6)  จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  ผู้บริหารสถานศึกษา  ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสำคัญและมีบทบาท ที่ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับสถานศึกษา   ต้องเป็นมืออาชีพ    มีวิสัยทัศน์กว้างไกล   มีความรู้   ความสามารถ  คุณธรรม จริยธรรม  ยึดหลักธรรมาภิบาล  แต่ที่ผ่านมา   พบว่า  ผู้บริหารสถานศึกษา   ยังขาดความกล้าในการตัดสินใจ    ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง   ขาดความชัดเจนในเชิงปฏิบัติหลายเรื่อง   และให้ความสนใจงานด้านวิชาการน้อยกว่าด้านอื่น ๆ   ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการวิจัยของ  ธีระ   รุญเจริญ   (2545 : -ง)    ที่ศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาในประเทศไทย    พบว่า     โรงเรียนส่วนใหญ่มักจะยึดนโยบายและแนวทางเดิม ๆ  ขาดการริเริ่มสร้างสรรค์ ขาดความชัดเจนในเชิงปฏิบัติในหลาย ๆ เรื่อง  เช่น  การบูรณาการหลักสูตร   การจัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งบรรลุเกณฑ์มาตรฐานผู้เรียน ให้ความสนใจงานด้านวิชาการน้อยกว่าด้านอื่น ๆ การสร้างขวัญกำลังใจและการจัดสวัสดิการให้แก่บุคลากรก็ยังทำได้น้อย  และผลการวิจัยของนิพนธ์  เพชรคง (2546 : บทคัดย่อ) ที่ได้ทำการศึกษาการปฏิบัติงานในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระนอง  พบว่า  โรงเรียนประถมศึกษาปฏิบัติงานในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งในด้านการบริหารบุคคล ด้านการบริหารทั่วไป ด้านงบประมาณ และด้านวิชาการ               

                     ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา   ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี ใน 4   ด้าน ตามคู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล คือ ด้านการบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล   และด้านการบริหารทั่วไป      (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546  : 32)    เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาและพัฒนางานของโรงเรียนต่อไป

                       

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.  เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานีใน  4  ด้าน  ตามคู่มือการบริหารงานสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล คือ   ด้านการบริหารวิชาการ    ด้านการบริหารงบประมาณ    ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป

2.  เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี  จำแนกตามตัวแปร  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด   เพศ   ประสบการณ์การรับราชการ   และขนาดของสถานศึกษาที่ปฏิบัติงาน 

3.  เพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะ  ความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี

 

ประชากร

คือ ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 1  จำนวน 2,329  คน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 2  จำนวน  1,574  คน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 3  จำนวน 702   คน  กลุ่มตัวอย่าง  จำนวน 368  คน  ได้มาจากการคำนวณโดยใช้สูตรยามาเน่    จากนั้นนำมาเทียบสัดส่วนระหว่างประชากรของแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา    ตามขนาดสถานศึกษาในแต่ละอำเภอกับขนาดกลุ่มตัวอย่าง แบบชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วน  เพื่อให้ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม  เมื่อได้กลุ่มตัวอย่างในแต่ละสถานศึกษาที่เหมาะสมแล้ว  นำมาสุ่มอย่างง่าย ด้วยวิธีจับสลาก

 

ผลการวิจัยเรื่อง  ความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี ใน 4  ด้าน ตามคู่มือการบริหารงานสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  คือ  ด้านการบริหารวิชาการ  ด้านการบริหารงบประมาณ  ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป  นำมาอภิปรายผลตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน  ดังนี้

1.  วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี ใน 4 ด้าน ตามคู่มือการบริหารงานสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล คือ ด้านการบริหารวิชาการ  ด้านการบริหารงบประมาณ  ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป  ผลการวิจัยเป็นดังนี้        ผลการวิจัยพบว่า  การปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี โดยภาพรวมและรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับดี  ผู้วิจัยมีความเห็นว่า  การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้  เนื่องจากผู้บริหาร เห็นความสำคัญ และมุ่งพัฒนางาน  มีความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา  มีขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีเอกภาพในการบังคับบัญชา   มีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้แก่ผู้ร่วมงาน มีการกำหนดมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน  เปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ในองค์การและเป็นผู้นำด้านพัฒนางานต่าง    จึงทำให้งานมีประสิทธิภาพ ดังความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารในแต่ละด้าน  ที่พบว่า  ด้านการบริหารวิชาการ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ จัดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการบริหารงบประมาณ คือ มีการส่งเสริมให้ใช้เงินงบประมาณ ตลอดจนวัสดุครุภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ด้านการบริหารงานบุคคล คือ โครงสร้างการบริหารบุคลากรที่เป็นระบบ และ ด้านการบริหารทั่วไป คือ ดำเนินงานตามนโยบายการรับนักเรียน  

 

2. วัตถุประสงค์ข้อที่ 2  เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี จำแนกตามตัวแปรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัด   เพศ  ประสบการณ์การรับราชการ และขนาดของสถานศึกษาที่ปฏิบัติงาน  สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้

   2.1 ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของครูที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่างกัน  ต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน  ไม่สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้  ผู้วิจัยมีความเห็นว่า   การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้   เนื่องจาก การปฏิรูปการศึกษา  ทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูประบบบริหารและการจัดการศึกษา  ซึ่งได้หลอมรวมหน่วยงานทางการศึกษาทั้งหมดเข้าด้วยกัน ได้แก่ ทบวงมหาวิทยาลัย  กระทรวงศึกษาธิการ  และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเป็นหน่วยงานเดียวกัน คือ กระทรวงศึกษาธิการ  มีการกำหนดโครงสร้างใหม่ เป็นระดับกระทรวงและระดับเขตพื้นที่การศึกษา และในระดับพื้นที่  มีผลให้มีการหลอมรวมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด  สำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด  สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด  สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ/กิ่งอำเภอ  สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ/กิ่งอำเภอ โดยยุบและรวมทุกอย่าง ทั้งบุคลากร วัสดุ  อุปกรณ์  ครุภัณฑ์ งบประมาณทั้งหมด และจัดตั้งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ  ซึ่งจะเห็นได้ว่า  การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา  ผู้ที่มีผลกระทบจะเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานระดับสำนักงาน ไม่มีผลกระทบต่อครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา  เพราะ ครูไม่ต้องเคลื่อนย้ายสถานที่ปฏิบัติงาน  ไม่ต้องเปลี่ยนหน้าที่การปฏิบัติงาน  ยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม  ในสถานศึกษาเดิม  เพียงแต่สถานศึกษาเท่านั้นที่เปลี่ยนสังกัด

 

                   2.2  ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของครูที่มีเพศต่างกันต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี พบว่า โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ผู้วิจัยมีความเห็นว่า การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้ เนื่องจาก ผู้บริหารสถานศึกษา  เป็นผู้ที่มีบทบาทและมีความสำคัญที่สุดในสถานศึกษา   หากผู้บริหารสถานศึกษา มีลักษณะความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง  เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถชักนำหรือสร้างแรงจูงใจให้ผู้ร่วมงานเกิดการเปลี่ยนแปลง  เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมายทางการศึกษา มีการวางแผนการทำงาน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถ มีทักษะการบริหารที่ดีเยี่ยม มีความตั้งใจจริงในการบริหารงาน มีความยุติธรรม  มีคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงาน  ส่งผลให้ ผู้ร่วมงานไม่ว่าเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย  เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา  มีทัศนคติที่ดี  มีความร่วมมือร่วมใจ  ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย  และ ผลการวิจัยยังพบว่า  ครูที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี ด้านการบริหารบุคคล แตกต่างกัน  ซึ่งผู้วิจัยมีความเห็นว่า  การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้  เนื่องจาก  การปฏิรูปการศึกษา สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล  มีอิสระ และผู้บริหารมีอำนาจในการบริหารงานอย่างเต็มที่  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ด้านการบริหารงานบุคคล  ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรโดยตรง  เมื่อสถานศึกษามีการวางแผนพัฒนาบุคลากรน้อย  ทำให้ครูไม่ได้รับ การจูงใจที่เหมาะสม  ขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน  บุคลากรซึ่งเป็นครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา  ที่มีเพศต่างกัน  มีมุมมองและความคิดที่ต่างกัน  โดยมุมมองและความคิดของเพศชาย มีสูงกว่าเพศหญิง   เพศชายจะมีความคิดเชิงรุก  คิดก้าวไกลในอนาคต   มีความคาดหวังในความสำเร็จมากกว่าเพศหญิง  

                    2.3  ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของครูที่มีประสบการณ์การรับราชการต่างกันต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกัน ที่ระดับ .05  ยกเว้น ด้านการบริหารวิชาการไม่แตกต่างกัน  ผู้วิจัยมีความเห็นว่า  การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้  เนื่องจาก  ครูที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานต่างกัน   มีมุมมองและแนวคิดต่างกัน  ครูที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานนาน อาจมีแนวคิดว่า การปฏิรูปการศึกษา โรงเรียนเป็นนิติบุคคล  ครูต้องทำหน้าที่มากขึ้น  ต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องเสียสละและใช้เวลามากยิ่งขึ้น อาจยังไม่เข้าใจแนวดำเนินการและอาจมีความคิดว่า ผู้บริหาร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในสถานศึกษา ยังไม่ได้พัฒนาตนเองสู่ผู้บริหารมืออาชีพ ขาดการฝึกอบรมและพัฒนา  ยังใช้แนวความคิดของตนเองเป็นหลักในการตัดสินใจ ไม่ใช้การมีส่วนร่วม  ส่งผลให้การปฏิบัติงานไม่ชัดเจนและไม่เกิดประสิทธิภาพ  และเมื่อทำการเปรียบเทียบพหุคูณ พบว่า ทุกด้านไม่แตกต่างกัน  อาจมีสาเหตุเนื่องจาก ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานตามความรู้ความสามารถ   รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง  มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามระเบียบวินัยและจรรยาบรรณของครูได้เป็นอย่างดี   มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน   ผู้บริหารมีความยุติธรรม มีความเสมอภาค และมีศักยภาพในการบริหารงานตามกรอบแนวทางการดำเนินงาน  เห็นความสำคัญของผู้ร่วมงาน  เป็นผลให้งานประสบความสำเร็จ    ประสบการณ์การทำงานจึงไม่มีผลต่อความคิดเห็นเป็นรายด้าน  นอกจากนี้  ผลการวิจัยยังพบว่า  ครูที่มีประสบการณ์การรับราชการต่างกันมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี  ด้านการบริหารวิชาการไม่แตกต่างกัน  ผู้วิจัยมีความเห็นว่า  การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้  เนื่องจาก ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา มีความรู้   ความเข้าใจ   และมีความตระหนักว่า  งานวิชาการ   เป็นงานหลัก    และเป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดในการดำเนินงานในสถานศึกษา  ดังนั้น  ไม่ว่าครูจะมีประสบการณ์มากหรือน้อย ก็ไม่มีผลต่อความคิดเห็น  

                    2.4  ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาขนาดต่างกัน ต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี พบว่า  โดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกัน ที่ระดับ .05 ยกเว้น ด้านการบริหารงานบุคคล  ไม่แตกต่างกัน  ผู้วิจัยมีความเห็นว่า  การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้   เนื่องจาก ปัจจุบัน มีพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายคุ้มครองให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสิทธิอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ในเรื่องของการได้รับประโยชน์ตอบแทนและการประกันความมั่นคง ทำให้ครูไม่ว่าครูจะปฏิบัติงานในสถานศึกษาขนาดใด มีขวัญ กำลังใจ และมีแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเท่าเทียมกัน จึงไม่มีผลต่อความคิดเห็น  ซึ่งไม่สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้  เมื่อทำการเปรียบเทียบพหุคูณ พบว่า  ในภาพรวม  สถานศึกษาขนาดเล็ก  แตกต่างกับสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่   และสถานศึกษาขนาดเล็กมีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่  อาจมีสาเหตุเนื่องจาก  ด้านการบริหารวิชาการ   ด้านการบริหารงบประมาณ  สถานศึกษาขนาดเล็ก  แตกต่างกับสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่   และด้านการบริหารทั่วไป  สถานศึกษาขนาดเล็ก  แตกต่างกับสถานศึกษาขนาดใหญ่   โดยสถานศึกษาขนาดเล็ก  มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่า สถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่   ผู้วิจัยมีความเห็นว่า   การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้    เนื่องจาก  สถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน  ความรับผิดชอบในหน้าที่ของครูก็มีมากน้อยแตกต่างกัน  ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาขนาดเล็ก  จะมีความรับผิดชอบมากกว่าครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาขนาดกลางและใหญ่  เพราะปัจจุบัน  สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล  ภาระงานมีมากขึ้น   แต่บุคลากรไม่ได้เพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาขนาดเล็ก ครูมีจำนวนน้อย  วัสดุอุปกรณ์  สื่อ และเทคโนโลยีต่าง ๆ  ก็ไม่พร้อมเหมือนกับสถานศึกษาขนาดกลางและใหญ่  ครูมีภาระงานมาก ทั้งในด้านการเรียนการสอน งานธุรการ และงานอื่น ๆ 

 

               3. วัตถุประสงค์ข้อที่ 3  เพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะ  ความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้

                       ด้านการบริหารวิชาการ  มีปัญหามากที่สุดคือ  ครูสอนไม่ตรงกับวิชาเอก ด้านการบริหารงบประมาณ  มีปัญหามากที่สุด คือ  งบประมาณไม่เพียงพอกับการบริหาร ด้านการบริหารบุคคล มีปัญหามากที่สุด คือ   บุคลากรทำงานไม่ตรงกับความถนัด ด้านการบริหารทั่วไป มีปัญหามากที่สุด คือ  ขาดเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย  ผู้วิจัยมีความเห็นว่า  การที่ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้  เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  เป็นผลให้ครูย้ายออกนอกพื้นที่และกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก  ทำให้สถานศึกษาขาดแคลนครูในบางกลุ่มสาระ โดยเฉพาะในรายวิชาหลัก   ครูไม่ครบชั้น  ทำให้ครูที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในสถานศึกษา ต้องสอนในชั้นอื่น ๆ และหลายกลุ่มสาระ ซึ่งไม่ตรงกับความถนัด   นอกจากนี้ การจัดสรร ทั้งในส่วนของงบประมาณ และคอมพิวเตอร์ จากหน่วยงานต้นสังกัดน้อย    ล่าช้า ไม่เพียงพอ และไม่ต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินงานตามภารกิจได้

                        ในส่วนของข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการปฏิบัติงานที่มากที่สุดในแต่ละด้าน ได้แก่  ด้านการบริหารวิชาการ  คือ จัดให้ครูสอนตรงตามวิชาเอก  ด้านการบริหารงบประมาณ  คือ  ควรเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาโรงเรียน  ด้านการบริหารบุคคล คือ  จัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้ตรงกับงาน และ ด้านการบริหารทั่วไป คือ  จัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยให้โรงเรียน สอดคล้องกับ  รายงานการวิจัย การศึกษาความพอดีของเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( 2550 : 63-64)  พบว่า  ด้านการบริหารงบประมาณ  มีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน คือ จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการนำไปพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา  จัดสรรงบประมาณให้ทันเวลาดำเนินการและจัดสรรให้สถานศึกษาบริหารงบประมาณเอง  ด้านการบริหารงานบุคคล  มีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน คือ  จัดสรรอัตรากำลังเพิ่มให้เพียงพอตามกรอบอัตรากำลัง ให้โรงเรียนสรรหาบุคคลได้เองเพื่อให้ตรงความต้องการของโรงเรียน  และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน  และผลการวิจัย ของ วันชัย  พงษา  (2551 : 98-99) ที่ศึกษาการปฏิบัติงานบริหารจัดการภารกิจ 4 งานตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง เขต 1  ที่พบว่า  ด้านการบริหารวิชาการ  มีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน  คือ  อบรมการวิจัยเน้นเชิงปฏิบัติให้ครูสามารถวิจัยได้ด้วยตนเองเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน  จัดทำเครื่องมือประเมินผล สนับสนุนครูผู้สอน ในการจัดการเรียนการสอนและติดตามผลการกิจกรรมการเรียนรู้  ด้านการบริหารงบประมาณ  มีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน คือ  จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของโรงเรียน   และให้การอบรมให้ความรู้ด้านการบริหารงบประมาณ ด้าน การติดตาม กำกับ ดูแล  การจัดทำรายงาน และการนำผลการประเมินมาใช้วางแผนครั้งต่อไป  ด้านการบริหารงานบุคคล    มีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน คือ  ติดตามผล การพัฒนาครู หลังจากที่ดำเนินการไปแล้ว  ให้การอบรมต่อยอดให้กับครูที่มีผลงาน สามารถไปขยายผล สนับสนุนการสร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา นำผลการวิเคราะห์ความขาดแคลนครูมาแก้ปัญหาทันที  ด้านการบริหารทั่วไป   มีประเด็นสำคัญในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน คือ  ให้ความรู้แก่กรรมการสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง  ส่งเสริมบุคคลที่มีความสามารถได้ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา  วิธีการสนับสนุนการนำแผนพัฒนาไปปฏิบัติอย่างจริงจัง  สนับสนุนการทำงานเป็นทีม เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่ง

 

วิจารณ์

จากผลการวิจัยเรื่อง  ความคิดเห็นของครูต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี   ตามที่ผู้วิจัยได้เสนอแนะอภิปรายแล้วนั้น ปรากฏว่า มีประเด็นที่สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานและสามารถนำประเด็นของการศึกษาวิจัยไปปรับปรุงการทำวิจัยครั้งต่อไป

 

                1.  ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้

                     1.1  ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดปัตตานี  มีการปฏิบัติงานในระดับดี  แต่เพื่อเป็นการพัฒนางานทั้ง 4 ด้าน  ควรดำเนินการดังนี้

                            ด้านการบริหารวิชาการ ควรส่งเสริมให้บุคลากรได้รับการอบรม รวมทั้งจัดให้ครูสอนตรงตามวิชาเอก ควรลดความซ้ำซ้อนและลดเอกสารที่ไม่จำเป็นลง  เน้นให้ครูสอนเด็กให้อ่านออกเขียนได้ และให้หน่วยงานต้นสังกัดทุกระดับ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาจัดมาตรฐานการศึกษาให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อง่ายต่อการปฏิบัติของสถานศึกษา

                            ด้านการบริหารงบประมาณ ควรเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาโรงเรียน  ควรจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณ  ควรมีการประเมินผลด้านงบประมาณ และควรจัดระบบการบริหารงบประมาณให้ชัดเจน

                            ด้านการบริหารบุคคล ควรจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้ตรงกับงาน  ควรจัดครูที่สอนให้ตรงกับสาขาวิชาเอก  ควรบรรจุบุคลากรไปปฏิบัติงานอื่น นอกจากการสอนเป็นการเฉพาะ และ ควรส่งเสริมให้ครูมีการพัฒนาตนเองและยอมรับสิ่งใหม่ ๆ

                            ด้านการบริหารทั่วไป ควรประสานกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อสำรวจและจัดสรรปัจจัยพื้นฐานตามความต้องการของโรงเรียน  จัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยโรงเรียน  และผู้บริหารควรมีการประสานสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานใกล้เคียง

                   1.2  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน่วยงานในการบริหารงาน ของสถานศึกษาระดับอำเภอและจังหวัด  จึงควรมีการพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ   ข้อมูลข่าวสาร    การติดตามผลการดำเนินงานของสถานศึกษาทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงบประมาณ ที่ยังไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา    ผู้บริหารระดับสูงควรลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนสถานศึกษาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่ครูและบุคลากร  เพราะขณะนี้เกิดความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้บุคลากรมีความรู้สึกไม่ปลอดภัย

              2.  ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป

                     2.1 การวิจัยครั้งนี้ ตัวแปรที่ศึกษายังไม่ครอบคลุมอาจมีปัจจัยอื่น ๆ  ที่ยังไม่ได้ศึกษา ในการวิจัยครั้งต่อไปควรจะวิจัยตัวแปรของสถานศึกษาในจังหวัดอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกัน

                     2.2  ควรจะศึกษาการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ในด้านความสำเร็จของกิจกรรมต่างๆโดยเฉพาะกิจกรรมด้านการเรียนการสอน กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ การนิเทศและประเมินผลการสอน

                   2.3 การรวบรวมข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลในลักษณะของการสำรวจความคิดเห็น หากในโอกาสต่อไป ควรใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ วิธี เช่น การสัมภาษณ์  การสังเกตพฤติกรรม เพื่อจะช่วยให้ข้อมูลที่ได้รับมีความสมบูรณ์มากขึ้น

 

กิตติกรรมประกาศ

            ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์กรรณิกา  พนัสอำพล  ดร.วิชัย   สังขรัตน์  ที่ได้ให้ขอแนะนำและช่วยพัฒนาทักษะในการเขียนบทความวิชาการ และ อาจารย์สมศักดิ์  ด่านเดชา ที่วิพากษ์และปรับแก้วิทยานิพนธ์ต้นฉบับ

 

เอกสารอ้างอิง

 

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน. (2550). การศึกษาความพอดีของเขตพื้นที่

การศึกษา.  กรุงเทพมหานคร. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

ธีระ  รุญเจริญ.  (2545).  สภาพและปัญหาการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา
                ในประเทศไทย.
 กรุงเทพฯ :  หจก. วี.ที.ซี.คอมมิวนิเคชั่น.

นิพนธ์  เพชรคง. (2546).  การปฏิบัติงานในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียน

ประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระนอง. (Online).  เข้าถึงได้จาก :  

                http://mis.pkru.ac.th. (2551  ธันวาคม 9)

เลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักงาน. (2535).  การศึกษาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการบริหาร

                สถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

                ร้อยเอ็ด. (Online).  เข้าถึงได้จาก :    www.onec.go.th. (2551  ตุลาคม  17)

วันชัย  พงษา. (2551). การปฏิบัติงานบริหารจัดการภารกิจ 4 งานตามแนวทางการบริหารโดยใช้

โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรัง

เขต 1. (Online).  เข้าถึงได้จาก : http://www.trang1.go.th/wanchai (2551 กันยายน 2).

ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ :

โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

_________________. (2546). คู่มือการปฏิบัติงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา. กรุงเทพฯ :

                โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. 2551. รวมกฎหมาย ว่าด้วยการ

                บริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : บริษัท

                สไตล์ครีเอทีฟเฮ้าส์ จำกัด.



ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

ผู้เขียน : นายณรงค์ บุญแนบ
หน่วยงาน : โรงเรียนบ้านควนลาแม
จันทร์ ที่ 21 เดือน กันยายน พ.ศ.2552
เข้าชม : 4836
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 10 ครั้ง.


บริหารงานบุคคล 5 อันดับล่าสุด

      บทความงานวิจัย 21 / ก.ย. / 2552


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก